เซ่นเจ็บเอลเลียต-ซาลาห์ทุบสถิติ! ลิเวอร์พูลบุกอัดลีดส์10คน แต้มทาบจ่าฝูงแมนยู
13 กันยายน 2564



c8e81d2285eaef70a23597c2e338358e.jpg

"หงส์แดง" ไม่พลาดสามแต้ม บุกไปอัด ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่เหลือ10คน 3-0 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำสถิติใหม่ซัดประตูที่ 100 ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นแข้งแอฟริกันคนที่สองที่ทำได้ต่อจาก ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา

ทว่าต้องแลกมากับข่าวร้ายเมื่อต้องเสีย ฮาร์วี่ย์ เอลเลียต ที่บาดเจ็บหนักที่ข้อเท้า ซึ่งสามแต้มของ ลิเวอร์พูล ทำให้มีเพิ่มเป็น 10 คะแนนเท่ากับจ่าฝูง แมนฯยูไนเต็ด และเชลซี แม้ลูกได้เสียจะเท่ากันแต่ยิงได้น้อยกว่าผีแดง เลยยึดอันดับ 3 ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ "ซันเดย์ ไนท์" คู่เดียวของวันอาทิตย์ที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าบ้าน ลีดส์ ยูไนเต็ด อันดับ 17 ที่ยังไม่ชนะใครเปิด เอลแลนด์ โร้ด รับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล อันดับ 7 ที่ยังไม่แพ้ใคร โดยสถิติ 10 เกมล่าสุดทุกรายการ "หงส์แดง" เหนือกว่าชนะถึง 7 เสมอ 3 ฟอร์มล่าสุดก่อนเบรกทีมชาติ "ยูงทอง" บุกไปเสมอ เบิร์นสลี่ย์ 1-1 เช่นเดียวกับ ลิเวอร์พูล เสมอกับ เชลซี 1-1 ที่แอนฟิลด์ ซึ่งเกมนี้หาก พวกเขาคว้าชัยจะทำแต้มทาบจ่าฝูงทั้ง แมนฯยู และเชลซี ทันที

มาร์เซโล่ บิเอลซ่า เกมนี้จัด พาทริก แบมฟอร์ด หัวหอกตัวเก่งเป็นหน้าเป้า โดยมี ราฟินญ่า, โรดริโก้ โมเรโน่ และแจ็ค แฮร์ริสัน ปั้นเกมรุก ขณะที่ แดเนี่ยล เจมส์ ปีกตัวใหม่ที่ซื้อมาจาก "ผีแดง" เริ่มต้นเป็นสำรองข้างสนาม

ส่วน เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้ก๊วนบราซิลลงสนามไม่มีปัญหาทั้ง อลีสซง และ ฟาบินโญ่ ส่วน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ มีอาการเจ็บไม่มีชื่อในเกมนี้ แนวรุกยังใช้สามประสานอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ดีโอโก้ โชต้า และ ซาดิโอ มาเน่ เหมือนเดิม

เปิดฉากมาแค่ 6 นาทีแรก เจ้าบ้าน "ยูงทอง" ได้ทักทายก่อนเลยหลัง โรดริโก้ โมเรโน่ อัดด้วยซ้ายกลางประตูแต่บอลพุ่งไปตรง อลีสซง ทุบออกไปได้ ไม่ถึงนาทีต่อมา เทรนท์ อาร์โนลด์ ชิงตัดบอลได้ก่อนครอสเลียดไปในกรอบ 6 หลา ดีโอโก้ โชต้า พุ่งไปถึงบอลผ่านหน้าปากประตูไปแบบได้เสียว

นาที 11 โชต้า ปล่อยบอลให้ มาเน่ พลิกบอลซัดนอกกรอบไปติดบล็อค ยอเรนเต้ ออกหลัง ก่อนอีกนาทีต่อมา มาเน่ เจ้าเดิมเรียกฟรีคิกหน้ากรอบพร้อมกับใบเหลืองของ เลียม คูเปอร์ ทว่าจังหวะนี้ เทรนท์ เปิดฟรีคิกเข้าไปไม่ดีบอลเลยหลังไปแบบหมดลุ้น

นาที 15 "หงส์แดง" เกือบได้ลุ้นขึ้นนำคราวนี้ ซาลาห์ หลอดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ ดีโอโก้ โชต้า พักอกแต่บอลห่างตัวไปทำให้เร่งจังหวะยิงเลยเบาไปตรงตัว อิลล็อง เมสลิเย่ร์ ใช้มือเดียวปัดบอลก่อนตามรับไว้ได้

นาที 20 ลิเวอร์พูล มาชิงขึ้นนำ 1-0 จนได้ บอลเริ่มจาก มาติ๊ป ไหลออกขวาให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ปาดมาเสาแรกให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ วิ่งมาแปด้วยซ้ายผ่ามือ เมสลิเย่ร์ เข้าไป เป็นประตูที่ 100 ในพรีเมียร์ลีกของดาวยิงชาวอียิปต์

นาที 25 นาทีต่อมา ซาลาห์ เปิดมาเสาไกลให้ ติอาโก้ อัลกันตาร่า สอดมาโขกเข้าไปตุงตาข่าย แต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นล้ำหน้าของ ซาลาห์ ไปก่อน

เกมรุกของ "หงส์แดง" ยังกดดันอย่างต่อเนื่อง อีกนาทีถัดมา ชวดได้เม็ดที่สองนำห่าง หลัง โชต้า เก็บบอลได้ทางขวากระชากถึงเส้นหลังแล้วปาดมาให้ มาเน่ ได้ยิงจ่อๆ ไม่ถึง 6 หลา แต่บอลย้อนหลังไปนิดทำให้ยิงเหินคานออกไปแบบน่าเสียดาย

แนวรับยูงทองโดนทดสอบอย่างหนัก นาที 27 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ไหลเข้ากลางให้ แฮร์รี่ เอลเลียตต์ ซัดไปติดบล็อคก่อนเจ้าตัวตามไปเก็บบอลแตะหลบแล้วซัดมุมแคบด้วยขวาแต่ อิลล็อง เมสลิเย่ร์ ยังตามมาปิดมุมเซฟออกไปได้อีก

เครื่องจักรสีแดงเดินหน้าลุยมาติดๆ นาที 31 โม ซาลาห์ จ่ายสั้นๆเข้ากลางให้ ซาดิโอ มาเน่ จับบอลก่อนตะบันด้วยซ้ายพุ่งเลียดถากเสาไกลไปแบบได้ลุ้น

นาที 33 มาร์เซโล่ บิเอลซ่า นายใหญ่ของยูงทองต้องเปลี่ยนตัวคนแรกหลัง ดีเอโก้ ยอเรนเต้ เล่นต่อไม่ไหวต้องส่ง ปาสกาล สเตราค์ ลงเล่นแทน

ท้ายเกม นาที 44 "ยูงทอง" พลาดโอกาสไล่ตีเสมอหลัง โรดริโก้ โมเรโน่ ครอสบอลยาวมาเสาไกลให้ ลุค อายลิ่ง เติมขึ้นมาทว่าเจ้าตัวตัดสินใจไม่ดีดันใช้เข่ากระแทกบอลหลุดกรอบออกไป

จบครึ่งแรก ลีดส์ ตามหลัง ลิเวอร์พูล 0-1

ครึ่งหลัง "ยูงทอง" เปลี่ยนตัวคนที่สองถอดเอา โรดริโก้ โมเรโน่ ออกแล้วส่ง ไทเลอร์ โรเบิร์ตส ลงเล่นแทน

นาที 49 หงส์แดงเกือบได้เม็ดที่สองหลังบอลเลย มาเน่ มาถึงเสาไกลให้ ซาลาห์ ตามมาซัดไปแฉลบบล็อค จูเนียร์ ฟีร์โป้ ออกหลัง

กระนั้น นาที 50 ลิเวอร์พูล ได้ประตูที่สองขึ้นนำจนได้ จากจังหวะต่อเนื่องจากลูกเตะมุม เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดมาให้ ฟาน ไดค์ ขึ้นโขกบอลบอลไปตกหน้า ฟาบินโญ่ ซัดจังหวะแรกไปติดแต่ยังมาเข้าเท้าขวาอีกทีหวดลอดขา ลุค อายลิ่ง เข้าไปไม่เหลือ ก่อนที่วีเออาร์จะเช็กแล้วยืนยันให้ "หงส์แดง" นำห่าง 2-0

นาที 58 เป็นข่าวร้ายของ "หงส์แดง" เมื่อต้องมาเสีย ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ห้องเครื่องดาวรุ่งที่กำลังเล่นได้ดีหลังมาโดน ปาสกาล สเตราค์ เสียบจากด้านหลังจนข้อเท้าหักทำให้ทีมแพทย์ต้องรีบเข้าไปดูอาการด่วน ก่อนที่ เคร็ก พาวสัน จะเดินมาแจกใบแดง สเตราค์ ตัวสำรองที่ลงมาเล่นในครึ่งแรก ส่วน เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องเปลี่ยนให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลงมาเล่นแทนไอ้หนูเอลเลียต ในนาที 64

นาที 68 "ยูงทอง" เปลี่ยนคนสุดท้ายส่ง แดเนี่ยล เจมส์ ปีกตัวใหม่ที่ซื้อมาจาก "ผีแดง" โดยลงมาเล่นแทน แจ็ค แฮร์ริสัน

นาที 73 เทรนท์ อาร์โนลด์ ได้บอลขึ้นมาในกรอบก่อนหักเข้าซ้ายไม่ถนัดซัดเลียดแต่ยังเบาไปเข้ามือ อิลล็อง เมสลิเย่ร์

แต่อีกสองนาทีถัดมา ลีดส์ ที่ตัวน้อยกว่าเกือบพังประตูตีไข่แตก หลัง ราฟินญ่า หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปถึงเส้นหลังแล้วปาดมาในกรอบให้ พาทริก แบมฟอร์ด เข้าชาร์ทแต่ยังดีที่ อลีสซง ยังขวางช่วยเซฟไว้ได้

นาที 79 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ไหลจากซ้ายเข้ากลางมาให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน วิ่งมาอัดด้วยซ้ายไม่จับแต่บอลยังไปเข้ามือ อิลล็อง เมสลิเย่ร์ ที่พุ่งไปรับไว้ได้ทัน

นาที 81 มาเน่ ใช้โอกาสเปลืองอีกแล้วหลัง โชต้า ไหลให้นิ่มๆ ทว่าปีกชาวเซเนกัลยิงได้น่าผิดหวังไปติดเซฟของ เมสลิเย่ร์ ออกหลังไป

อีกสองนาทีถัดมา ติอาโก้ ทำเสียบอลกลางสนามโดน แบมฟอร์ด แย่งไปได้ก่อนลักไก่ยิงกว่า 45 หลาบอลลอยโด่งกำลังมุดใต้คานเข้าอยู่แล้วแต่ อลีสซง ยังยอดเยี่ยมดีดตัวปัดมือเดียวออกหลังหวุดหวิด

ช่วงทดเจ็บ นาที 90+2 หงส์แดง มาพังประตูนำห่างเป็น 3-0 และคราวนี้ ซาดิโอ มาเน่ ไม่พลาดอีกแล้วหลังรับบอลจาก ติอาโก้ ก่อนซัดเต็มแรงเข้าไปไม่พลาด

จบเกม ลิเวอร์พูล บุกมาเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 3-0 เก็บสามแต้มมีเพิ่มเป็น 10 คะแนนเท่ากับจ่าฝูง แมนฯยูไนเต็ด และเชลซี แม้ลูกได้เสียจะ +8 เท่ากันแต่ยิงได้น้อยกว่า "ผีแดง" เลยยึดอันดับ 3 ส่วน "ยูงทอง" ยังไม่ชนะใครแข่ง 4 นัดมีแค่ 2 คะแนน รั้งอันดับ 17

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ลีดส์ ยูไนเต็ด (4-1-4-1) : อิลล็อง เมสลิเย่ร์ - ลุค อายลิ่ง, ดีเอโก้ ยอเรนเต้ (ปาสกาล สเตราค์ น.33 (ใบแดง น.60)), เลียม คูเปอร์, จูเนียร์ ฟีร์โป้ - คาลวิล ฟิลลิปส์ - ราฟินญ่า, สจ๊วร์ต ดัลลาส, โรดริโก้ โมเรโน่ (ไทเลอร์ โรเบิร์ตส น.46), แจ็ค แฮร์ริสัน (แดเนี่ยล เจมส์ น.68) - พาทริก แบมฟอร์ด

ผู้จัดการทีม : มาร์เซโล่ บิเอลซ่า

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ - เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌเอล มาติ๊ป, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน - ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ (จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.64), ฟาบินโญ่, ติอาโก้ อัลกันตาร่า - โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ดีโอโก้ โชต้า (อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอเลน น.82), ซาดิโอ มาเน่

ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

ผู้ตัดสิน : เคร็ก พาวสัน


www.siamsport.co.th


ข่าว ลิเวอร์พูล

หงส์ปรับทัพ! ลิเวอร์พูลฟอร์มสด "โอริกี้" ตัวจริงดวลนอริชศึกคาราบาว คัพ
ลินจ์เดอร์ส เผย 'ธิอาโก้' เจ็บน่อง หมดสิทธิ์ลงเล่นสัปดาห์นี้
JK ไม่สน "โม" ถอดเสื้อดีใจโดนเหลือง - โจ๊กเคยอยากถอดตาม
เก่งกว่านี้ได้อีก! คล็อปป์แฮปปี้โกนาเต้เปิดตัวสวยกับลิเวอร์พูล
มาเน่ซัดลูกที่100!ลิเวอร์พูลดุถล่มพาเลซยับขึ้นนำฝูงเดี่ยวชั่วคราว
มาเน่คัมแบ็ก! ลิเวอร์พูลจัด3หน้า"ซาลาห์"ยิงต่อ,พาเลซหวังทีเด็ดจาก"ซาฮา"
โอเว่นเชื่อซาลาห์ต่อสัญญาแต่หวั่นมีปัญหา
เกือบทำพ่ายมิลาน! คล็อปป์รับลิเวอร์พูลห่วยท้ายครึ่งแรก
เฮนโด้ฮีโร่-ซาลาห์มีสกอร์! ลิเวอร์พูลหืดจับรัวแซงมิลานสุดมันส์ซิวชัย เปิดหัวชปล.
หงส์จัดเต็ม! ลิเวอร์พูลต้อนรับมิลานจัด "ซาลาห์ วัดคม ชิรูด์" เปิดหัวชปล.
ดูทั้งหมด

Home

หน้าแรก
News

ข่าว
Match

โปรแกรมแข่งขัน
ตารางคะแนนพรีเมียร์ ลีก
Team

ประวัติสโมสร
ทำเนียบแชมป์
ประวัตินักเตะ
อดีตนักเตะ
ประวัติผู้จัดการทีม
Live

ดูบอลออนไลน์
Media

วอลเปเปอร์
รูปภาพ
วีดีโอ
Contact

ติดต่อทีมงาน ลงโฆษณา
© Liverpoolfc.in.th All Rights Reserved.